โอกาสในวิกฤต!? โควิดดันยอดขายไก่คาราอาเกะพุ่ง!

ยุคโควิดดันยอดขายไก่คาราอาเกะพุ่งกระจาย

โควิดดันยอดขายไก่คาราอาเกะพุ่งสุดยอด

โควิดดันยอดขายไก่คาราอาเกะพุ่งสุดยอด

คำพูดที่ว่า “ทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ” น่าจะใช้ได้กับทุกสถานการณ์ ผลจากพิษโควิดทำให้ร้านค้าหลายร้านและธุรกิจหลายประเภทต้องปิดตัวไป แต่มีธุรกิจอาหารชนิดหนึ่งในญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น สาเหตุเป็นเพราะอะไร มาร่วมหาคำตอบพร้อมกันได้ในบทความนี้ค่ะ

ความนิยมไก่คาราอาเกะที่เพิ่มมากขึ้น

“ไก่คาราอาเกะ” หรือไก่ทอดสไตล์ญี่ปุ่นแสนอร่อยที่เป็นเมนูโปรดของใครหลายๆ คนกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงโควิด ทำให้มียอดขายเพิ่มสูงขึ้น และมีการขยายสาขาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค จากการสำรวจในเดือนพฤษภาคมปี 2020 พบว่า ในปี 2019 ตลาดของร้านขายคาราอาเกะมีมูลค่ากว่า 83.5 พันล้านเยน และเพิ่มขึ้นเป็น 105 พันล้านเยนในปี 2020 ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีมูลค่าเพิ่มขึ้นเกือบ 12% และเมื่อเทียบกับปี 2018 จะพบว่าเพิ่มขึ้นถึง 41%

ทำไมถึงเป็นคาราอาเกะ?

มาถึงตรงนี้แล้ว หลายคนอาจจะสงสัยว่า “ทำไมถึงเป็นไก่คาราเอะ?” คำตอบมี 2 ข้อจาก 2 มุมมองค่ะ

ถ้ามองจากมุมมองผู้ผลิตก็คือ เป็นอาหารที่มี “”ต้นทุนต่ำ ประหยัดพื้นที่ และทำง่าย” นั่นเอง ซึ่งก็หมายความว่า สามารถเปิดกิจการได้ง่าย ขอแค่มีหม้อทอดสำหรับทอดไก่ ตู้เย็นสำหรับเก็บส่วนผสม และอาคารพาณิชย์ที่สามารถนำของเหล่านั้นเข้าไปได้

ส่วนอีกข้อเป็นมุมของผู้บริโภค นั่นก็คือ การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการกิน-ดื่ม เนื่องจากผลกระทบของวิกฤตโควิด ทำให้จากเดิมที่เคยเลิกงานแล้วเข้าไปนั่งดื่มที่ร้าน ก็ต้องกลับไปดื่มทานที่บ้านแทน พอคิดจะดื่มก็ต้องนึกถึงกับแกล้มใช่มั้ยคะ ไก่ทอดคาราอาเกะเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ที่ผุดขึ้นมาในหัวของชาวญี่ปุ่น แต่คาราอาเกะเป็นของทอดต้องใช้น้ำมันมาก จะทำเองที่บ้านก็เสียเวลาในการทำและต้องมาเก็บล้างทำความสะอาดอีก จึงเกิดเป็น Pain Point ที่ดันยอดขายไก่คาราอาเกะให้สูงขึ้นในช่วงโควิดนั่นเองค่ะ

 

ตราบใดที่วิกฤตนี้ยังคงอยู่ และนโยบายการล็อคดาวน์ของญี่ปุ่นยังไม่ถูกยกเลิก คาดว่าอุปสงค์ของไก่คาราอาเกะแสนกรอบอร่อยคงมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นไปอีกค่ะ  สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

Next Meats เนื้อเทียมสัญชาติญี่ปุ่น บุกสิงคโปร์แล้วจ้า! 

Next Meatsเนื้อเทียมสัญชาติญี่ปุ่นไปสิงคโปร์

Next Meatsเนื้อเทียมสัญชาติญี่ปุ่นไปสิงคโปร์

ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 5 เมษายนนี้ เชนร้านอาหารญี่ปุ่น Aburi-En ในสิงคโปร์ทั้ง 9 สาขาจะเปิดตัวเมนูใหม่ “NEXT คาลบี้” สำหรับยากินิคุ สองเมนูเลยทีเดียว!

Next Meats ธุรกิจสตาร์ทอัพน้องใหม่มาแรง ขายของทั้งในญี่ปุ่น เวียดนาม ไต้หวัน ตอนนี้ก็มีมาขายที่สิงคโปร์แล้ว ต่อไปเห็นว่าจะไปตีตลาดอเมริกา!

สองเมนู “ทางเลือก” ใหม่ได้แก่

Premium Karubi Don with Miso Soup Set ราคา 13.8 SGD (ประมาณ 323 บาท)

Stamina Karubi Teishoku ราคา SGD15.8 (ประมาณ 369 บาท)

สำหรับใครที่ชอบลองของแปลก อยากแบบว่ารักษ์โลก รักษ์สัตว์ รักจะมาแนวทางมังสวิรัติ ก็ต้องลองกันดูนะครับ (ว่าแต่ เมื่อไหร่จะเข้ามาเมืองไทยบ้าง)

แต่ถ้าใครคิดว่ากินเนื้อเทียมนี่จะดีต่อสุขภาพ โปรดฟังทางนี้ก่อน

มีผู้กล่าวว่า Beyond Burger เนื้อเทียมสายอเมริกานั้น ในขณะที่มีปริมาณแคลอรี ไขมัน และโปรตีนไม่ต่างจากเบอร์เกอร์ไก่งวงหรือเบอร์เกอร์เนื้อวัว (270 แคลอรี่ ไขมันอิ่มตัว 6 กรัม โปรตีน 20 กรัม อันนี้คือต่อหน่วยบริโภคสี่ออนซ์ หรือราว 113 กรัม) แต่! ปริมาณโซเดียมสูงปรี๊ด (ราว 380 มิลลิกรัม) ในขณะที่เนื้อวัวมีปริมาณโซเดียมอยู่ที่ 65-75 มิลลิกรัม ส่วนเนื้อไก่งวงอยู่ที่ 95-115 มิลลิกรัม!

 

ส่วน Next Burger ของ Next Meats ของญี่ปุ่นนั้น เอ่อ โซเดียมราว 408 มิลลิกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค (80 กรัม) แต่ Next Yakiniku ไม่พบข้อมูลปริมาณโซเดียมแต่อย่างใด (กินโซเดียมมากๆ ระวังความดันพุ่งนะครับ)

นี่เห็นว่าบริษัทของไทย TFG ก็กะจะทำเนื้อเทียมจากพืชออกขายในท้องตลาดเหมือนกัน คาดว่าจะออกวางตลาดได้ในปี 2564 นี่แหละครับ ยังไม่พอ อีกด้านหนึ่งในไทยทาง “ไบโอเทค” ก็กำลังมีการทำวิจัย “โปรตีนจากจุลินทรีย์” (Mycoprotein) ซึ่งจะเอามาทำเป็น “เนื้อเทียมบด” ได้ด้วยอีก ตามรอยเทคโนโลยีที่มีการทำกันแล้วในยุโรป

ถ้าโลกเราไม่ต้องเลี้ยงปศุสัตว์หมูไก่วัวเอามาเชือดเอาเนื้ออีกต่อไป มันจะเป็นยังไงหนอ? นึกถึงสารคดีที่เคยดู ว่าด้วยการที่คาวบอยสมัยก่อนต้อนวัวข้ามรัฐเอาวัวขึ้นรถไฟไปขาย หรืออดีตโรงชำแหละวัวขนาดใหญ่บิ๊กเบิ้มที่ชิคาโกที่รับวัวมาทางรถไฟ มันก็กลายเป็นประวัติศาสตร์ไปแล้ว พอมาคิดดู การเลี้ยงหมูเลื้ยงไก่ในปัจจุบัน พอผ่านไปอีกหลายสิบปีข้างหน้า ถ้าคนเรากินเนื้อเทียมกันหมด มันก็อาจจะกลายเป็น “ประวัติศาสตร์” ได้เช่นกัน

สังขารทั้งหลายเป็นของไม่เที่ยง เทคโนโลยีและวิถีชีวิตการอยู่การกินก็เช่นกัน สวัสดีครับ

สล็อตเว็บตรง

รอวัคซีนรัฐไม่ไหว! ญี่ปุ่นเปิดจองทัวร์ฉีดวัคซีน Johnson & Johnson ที่นิวยอร์ก

รอวัคซีนรัฐไม่ไหว! ญี่ปุ่นเปิดจองทัวร์ฉีดวัคซีน

รอวัคซีนรัฐไม่ไหว! ญี่ปุ่นเปิดจองทัวร์ฉีดวัคซีน

รอวัคซีนรัฐไม่ไหว! ญี่ปุ่นเปิดจองทัวร์ฉีดวัคซีน

ก่อนหน้านี้หลายคนอาจจะเคยเห็นโฆษณาแพคเกจทัวร์ฉีดวัคซีนที่อเมริกาโดยทัวร์จากประเทศไทยไปบ้างแล้ว ซึ่งทัวร์นี้ค่อนข้างได้รับความนิยมมากเลยค่ะ แต่น่าแปลกใจมากว่า ที่ญี่ปุ่นก็มีข่าวทัวร์ฉีดวัคซีนที่ต่างประเทศออกมาเหมือนกัน ทั้งๆ ที่ตอนนี้ ญี่ปุ่นเองกำลังเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนให้ประชาชนอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ทำไมถึงมีบริการแบบนี้ออกมา และกลุ่มเป้าหมายคือใคร ไปดูกันเลยค่ะ

“ทัวร์ฉีดวัคซีนที่นิวยอร์ก” จัดขึ้นโดยบริษัท TRANS MAPP Inc. โดยทัวร์นี้รวมบริการรถรับส่งไป – กลับสนามบิน, ฉีดวัคซีน Johnson & Johnson, ไกด์ชาวญี่ปุ่นที่ฉีดวัคซีนแล้วซึ่งจะพาไปตรวจ PCR Test ที่เป็นเอกสารจำเป็นสำหรับการเดินทางกลับญี่ปุ่น ซึ่งทัวร์นี้จะเริ่มเปิดจำหน่ายโดยบริษัทท่องเที่ยว 5 แห่งของญี่ปุ่นดังต่อไปนี้

  1. บริษัท TSD INC.(株式会社ティ・エス・ディ)
  2. บริษัท TRANSORBIT CO., LTD.(株式会社 トランスオービット)
  3. บริษัท BUTE Inc.(株式会社ビュート)
  4. บริษัท MILE SHARE Co., Ltd.(株式会社MILE SHARE)
  5. บริษัท PINK INC.(株式会社PINK)

ทำไมต้องไปฉีดวัคซีนไกลถึงนิวยอร์ก

ภาพตัวอย่างบรรยากาศของสถานที่ฉีดวัคซีน
ภาพตัวอย่างบรรยากาศของสถานที่ฉีดวัคซีน

เป็นที่ทราบกันดีว่าที่ญี่ปุ่นได้เริ่มทยอยฉีดวัคซีนไปบ้างแล้ว โดยให้สิทธิในกลุ่มบุคคลที่มีความจำเป็นก่อน แต่ทว่าแม้จะกินเวลามานานพอสมควรแล้ว ตัวเลขของผู้รับวัคซีนยังค่อนข้างน้อยและกระบวนการหลายอย่างค่อนข้างช้าเมื่อเทียบกับประเทศฝั่งยุโรป การจัดโปรแกรมทัวร์ฉีดวัคซีนนี้ขึ้นจึงเป็นไปเพื่อตอบรับกลุ่มเป้าหมายที่มีกำลังทรัพย์ และ ไม่อยากรอฉีดวัคซีนที่ญี่ปุ่นเนื่องด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น  อยากลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อให้กับพ่อแม่ที่เป็นผู้สูงอายุจะได้กลับไปเจอได้อย่างสบายใจ หรือ อยากลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อให้คนในครอบครัวเพราะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการไปพบปะลูกค้าหรือต้องออกไปทำงานนอกสถานที่บ่อยๆ เป็นต้น

ไฮไลต์หลักคือวัคซีนยี่ห้อ Johnson & Johnson

ภาพตัวอย่างบัตรรับรองการฉีดวัคซีน
ภาพตัวอย่างบัตรรับรองการฉีดวัคซีน

แม้ว่าวัคซีนยี่ห้อนี้ญี่ปุ่นจะไม่ได้นำเข้ามาฉีดให้ประชาชนในประเทศ แต่ส่วนใหญ่ยี่ห้อนี้จะใช้ในอเมริกาเหนือและมีคนได้รับการฉีดวัคซีนนี้แล้ว 8.7 ล้านครั้งในสหรัฐอเมริกา อีกทั้งคุณสมบัติที่สำคัญของวัคซีนยี่ห้อนี้ที่ไม่เหมือนกับวัคซีนยี่ห้ออื่นอย่าง Pfizer หรือ Moderna คือฉีดเพียงเข็มเดียวก็มีประสิทธิภาพแล้ว เมื่อไม่ต้องรอเข็มที่สองจึงไม่จำเป็นต้องอยู่ในนิวยอร์กนานหลายสัปดาห์

รายละเอียดของแพคเกจทัวร์

  • พักในโรงแรมระดับ 4 ดาว
  • รถรับส่งระหว่างท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดี (John F. Kennedy International Airport) และโรงแรม โดยคนขับซึ่งเป็นไกด์ภาษาญี่ปุ่นจะให้บริการทั้งขามาและขากลับ
  • บริการดูแลโดยไกด์ภาษาญี่ปุ่นในการไปคลินิคตรวจ PCR Test
  • รวมค่าใช้จ่ายในการออกเอกสารเพื่อเดินทางกลับเข้าญี่ปุ่น ทั้งผล PCR Test และใบรับรองผลตรวจโควิด-19 ที่ผลเป็นลบ
  • สามารถโทรแจ้งขอความช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง

อัตราค่าบริการ

จำนวนผู้ใช้บริการจำกัดอยู่ที่ 4 คู่ต่อวัน ราคาจะอยู่ที่

  • 2 ท่านต่อ 1 ห้องพัก 370,000 เยน (ประมาณ 105,000 บาท)
  • 1 ท่านต่อ 1 ห้องพัก 470,000 เยน (ประมาณ 134,000 บาท)

*ราคานี้ยังไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินไป – กลับเส้นทางญี่ปุ่น – นิวยอร์ก, ค่าอาหาร, ค่าธรรมเนียมการตรวจ PCR Test ก่อนออกจากญี่ปุ่น, ค่าใช้จ่ายในการกักตัวหลังจากกลับมาที่ญี่ปุ่น, ประกันการเดินทางและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตลอดการเดินทาง

 

*โดยเงื่อนไขสำคัญคือ แพคเกจทัวร์นี้เป็นบริการอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่มีความประสงค์จะฉีดวัคซีน ทางทัวร์ไม่มีส่วนในการรับผิดชอบการดำเนินการฉีดวัคซีนหรือไม่รับประกันกรณีผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการฉีดวัคซีน

สถานการณ์ของญี่ปุ่นในตอนนี้ยิ่งจำนวนคนฉีดวัคซีนมากเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น เพราะการเอาแต่ขยายระยะเวลาการใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจากรัฐบาลสร้างความไม่พอใจให้กับประชาชนไม่น้อย ยังไงเศรษฐกิจก็ต้องเดินต่อ ดังนั้นการมีทางเลือกฉีดวัคซีนที่หลากหลายมากขึ้นก็เป็นหนทางที่น่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ  สล็อตเว็บตรง

“ปี 2021 ญี่ปุ่นยังส่งแฟกซ์กันอยู่เหรอ!?” ชาวต่างชาติตกใจวัฒนธรรมส่งแฟกซ์ให้กำลังใจนักกีฬาโอลิมปิกเกมส์

วัฒนธรรมส่งแฟกซ์ให้กำลังใจนักกีฬาโอลิมปิกเกมส์

วัฒนธรรมส่งแฟกซ์ให้กำลังใจนักกีฬาโอลิมปิกเกมส์

โอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 เปิดฉากการแข่งขันขึ้นอย่างเป็นทางการ แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 จะยังไม่คลี่คลายลงก็ตาม แต่ชาวญี่ปุ่นก็ยังคงแสดงสปิริต ร่วมใจกันเชียร์ทัพนักกีฬาอย่างสุดความสามารถ ซึ่งก่อนหน้านี้ สถานีโทรทัศน์ NHK ได้ประกาศผ่านทวิตเตอร์จัดแคมเปญ ‘ส่งแฟกซ์’ ส่งแรงเชียร์และกำลังใจให้กับเหล่านักกีฬาทีมชาติ งานนี้ทำเอาชาวต่างชาติบนโซเชียลถึงกับงง! ว่าจนป่านนี้แล้ว ประเทศที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้าอย่างญี่ปุ่นยังส่งแฟกซ์กันอยู่อีกเหรอ?

แคมเปญ ‘ส่งแฟกซ์’ จาก NHK

 

หลังพิธีเปิดโอลิมปิกผ่านไปได้ 3 วัน ในคืนวันที่ 26 ก.ค. ที่ผ่านมา ชายชาวต่างชาติผู้อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นมานานกว่า 20 ปี ได้ทวิตข้อความเป็นภาษาอังกฤษที่เขียนเนื้อหาไว้ว่า “อย่าลืมส่งแฟกซ์เพื่อส่งกำลังใจของคุณให้กับทีมญี่ปุ่น” พร้อมแคปภาพหน้าจอโทรทัศน์จากรายการหนึ่งของช่อง NHK ที่แสดงข้อมูลช่องทางการส่งกำลังใจให้กับนักกีฬาผ่านทางอีเมลจากบนเว็บโฮมเพจ ผ่านแฮชแท็ก #NHK2020 และผ่านหมายเลขแฟกซ์

ต่างชาติงง! จนป่านนี้แล้ว ญี่ปุ่นยังส่งแฟกซ์อยู่เหรอ?

ทวิตเตอร์ดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่ออกมา มีชาวต่างชาติไม่น้อยที่กดรีทวิตพร้อมแสดงความคิดเห็น “ทำไมคนญี่ปุ่นที่แสนจะไฮเทคโนโลยียังหลงใหลกับการส่งแฟกซ์อยู่อีกเหรอ?”, “ตอนที่ฉันอยู่ญี่ปุ่นช่วงโอลิมปิก ปักกิ่ง ปี 2008 ก็แทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าญี่ปุ่นส่งข้อความให้กำลังใจผ่านแฟกซ์…และฉันรู้สึกดีใจที่พวกเขาก็ยังส่งแฟกซ์กันอยู่จนถึงทุกวันนี้” ฯลฯ

ในขณะที่ไวรัลเกี่ยวกับ ‘วัฒนธรรมส่งแฟกซ์ของญี่ปุ่น’ กลายเป็นที่พูดถึงในกลุ่มชาวต่างชาติ ซึ่งฝั่งชาวเน็ตในญี่ปุ่นเองก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นแบบติดตลกว่า “ความลับแตกไปสู่ชาวโลกแล้วนะ”
“ขำที่ความลับแตก ว่าจนป่านนี้เรายังส่งแฟกซ์กันอยู่”
“ดูเหมือนว่าเครื่องส่งแฟกซ์จะถูกตั้งโชว์ที่พิพิธภัณฑ์ในอเมริกาด้วยนะ”
“ฉันคิดว่ามันเป็นข้อดีของการเขียนเองด้วยมือนะ เพราะการส่งอีเมลอาจถ่ายทอดความเรียบง่าย ความมีศิลปะได้ไม่ทั้งหมด”

 

นอกจากนี้ ยังมีชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยที่ชื่นชอบการวาดภาพได้ออกมาเรียกร้องว่าอยากให้เปลี่ยนจากแคมเปญส่งแฟกซ์มาเป็นการส่งภาพวาดดิจิตัลแทน เพราะค่อนข้างสะดวกสบาย แถมยังเอาลงโซเชียลมีเดียได้ง่ายอีกด้วย

ทั้งนี้ มีหลายประเทศทั่วโลกได้ยกเลิกการใช้เครื่องส่งแฟกซ์หรือเครื่องโทรสารกันไปมากแล้ว โดยชายญี่ปุ่นพนักงานบริษัทการค้าวัย 34 ปี ผู้ที่เคยมีประสบการณ์การไปทำงานที่ลอสแอนเจลิสในสหรัฐอเมริกาเป็นระยะเวลานานถึง 3 ปี ตั้งแต่ปี 2018 ได้เล่าความทรงจำเกี่ยวกับเครื่องโทรสารว่า “การส่งอีเมลเป็นเพียงตัวเลือกเดียวเท่านั้นในการส่งข้อมูลต่าง ๆ ในอเมริกา ตอนที่กลับมาญี่ปุ่นและได้เห็นเครื่องโทรสารมันทำให้ผมสัมผัสได้ว่าตัวเองกำลังอยู่บ้านเกิดจริง ๆ ”

อย่างไรก็ตาม นายทาโร่ โคโนะ รัฐมนตรีด้านการปฏิรูปการบริหารของญี่ปุ่น ได้ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อลดการใช้เครื่องโทรสารภายในประเทศ โดยประกาศยกเลิกการใช้ส่งแฟกซ์ภายในหน่วยงานราชการ และเปลี่ยนมาเป็นการส่งอีเมลแทน   

สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

คนญี่ปุ่นคิดอย่างไร หากจะบังคับใช้ “วัคซีนพาสปอร์ต”

คนญี่ปุ่นทำไงหากจะบังคับใช้วัคซีนพาสปอร์ต

คนญี่ปุ่นทำไงหากจะบังคับใช้วัคซีนพาสปอร์ต

คนญี่ปุ่นทำไงหากจะบังคับใช้วัคซีนพาสปอร์ต

ชั่วโมงนี้ “โรคโควิด” นั้นกลายเป็นโรคระบาดที่ทำลายทั้งชีวิต กิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการเดินทาง ท่ามกลางภาวะเช่นนี้ “การฉีดวัคซีน” ดูเหมือนจะกลายเป็น “ข้อเรียกร้อง” หรือ “ข้อบังคับ” สำหรับกิจกรรมอะไรหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะเรื่องของการเดินทางข้ามประเทศที่เขาอยากให้มี “วัคซีนพาสปอร์ต” กัน วันนี้ลองมาดูความคิดเห็นต่อ “วัคซีนพาสปอร์ต” ของคนญี่ปุ่นดีกว่าครับ

คนญี่ปุ่นคิดอย่างไรกับ “วัคซีนพาสปอร์ต”

บริษัท NEXER ได้จัดทำแบบสอบถาม Japan Trend Research เกี่ยวกับ “วัคซีนพาสปอร์ต” โดยผู้ตอบคือชายหญิง 2,000 คนทั่วประเทศ ทำการสำรวจตั้งแต่วันที่ 12-17 กันยายน โดยมีคำถามดังนี้

1) ท่านคิดว่าโควิดจะหายไป (โควิดเป็นศูนย์) ได้หรือไม่?
2) ท่านคิดว่าทำอย่างไรจึงจะ “โควิดเป็นศูนย์”?
3) ท่านคิดอย่างไรกับการผ่อนผันกฎระเบียบต่างๆ ด้วยการใช้ “วัคซีนพาสปอร์ต”?
4) ทำไมท่านจึงตอบเช่นนั้น?
ซึ่งได้ผลการสำรวจดังนี้
1) ผู้ตอบแบบสอบถาม 59.2% ตอบว่า “เราต้องอยู่กับโควิด” (คือโควิดไม่มีทางหายไป) 22.0% ตอบว่า “โควิดจะหายไปได้”

 

59.2% ตอบว่า “เราต้องอยู่กับโควิด” 22.0% ตอบว่า “โควิดจะเป็นศูนย์ได้” 18.9% ตอบว่า “ไม่รู้”

2) สำหรับคำถามที่ว่า ทำอย่างไรจึงจะ “โควิดเป็นศูนย์” นั้น คำตอบส่วนใหญ่ค่อนไปทางที่ว่า “จำกัดการออกนอกบ้านที่ไม่จำเป็น” “การกักตัวคนติดเชื้อ” “การบังคับฉีดวัคซีน” “ปิดประเทศไม่ให้คนจากต่างประเทศ ไม่ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา” “ควรมีบทลงโทษคนไม่สวมหน้ากาก” (อันนี้เมืองไทยเหมือนจะมีไปแล้วแต่ก็นะ)

คนญี่ปุ่นหลายคนตอบแบบนี้ คนไทยคิดว่าไงครับ? (มีเสียงแว่วๆ มาว่าไม่ออกไปทำงานนอกบ้านแล้วจะเอาอะไรกิน)

3) ผู้ตอบแบบสอบถาม 52.9% ตอบว่า “สนับสนุนการให้ใช้วัคซีนพาสปอร์ต” ซึ่งบ้างก็ให้เหตุผลทำนองว่า “ถ้ามีวัคซีนพาสปอร์ต ก็น่าจะได้รับการผ่อนผันระเบียบต่างๆ” (อารมณ์ฟังคล้ายๆ ฉีดวัคซีนแล้วไม่ต้องสวมหน้ากากก็ได้ หรือเปล่า? เหมือนกับที่อเมริกาเคยเป็น)

ส่วนคนที่ “ไม่สนับสนุน” การให้ใช้วัคซีนพาสปอร์ตนั้น ให้เหตุผลทำนองว่า “การฉีดวัคซีนควรเป็นเรื่องที่ (จะฉีดหรือไม่ก็) แล้วแต่ความสมัครใจ หากทำแบบนี้ก็เท่ากับบังคับกัน” “วัคซีนไม่ได้มีผลในการป้องกันการติดเชื้อ และไม่มีเหตุผลอันสมควรที่จะรับวัคซีน” “ควรคิดว่าจะใช้หรือไม่หลังจากที่ทุกคนได้วัคซีนทั่วถึงกันแล้ว”

 

52.9% ตอบว่า “สนับสนุนการให้ใช้วัคซีนพาสปอร์ต” 22.1% “คัดค้าน” อีก 25.1% ตอบว่า “ตอบไม่ได้ว่าจะคัดค้านหรือสนับสนุนดี”

พูดง่ายๆ คนญี่ปุ่นเองก็มีคนที่ “ไม่เชื่อมั่นในวัคซีน” “ไม่อยากฉีดวัคซีน” (คงเหมือนกับเมืองไทยคือ กลัวฉีดแล้วจะเป็นอะไรมากไป ดังที่มีข่าวเนืองๆ ทั้งไทยทั้งญี่ปุ่น) รวมถึงคนที่กลัวว่าการใช้วัคซีนพาสปอร์ตนั้นจะนำไปสู่ “การเลือกปฏิบัติ”

สรุป

มาถึงจุดนี้เราอาจพูดได้ว่าบางคนอยากได้วัคซีน อาจไม่ใช่เพราะคิดว่าวัคซีนจะช่วยอะไรได้ในการป้องกันโรค แต่คิดว่าถ้าได้ชื่อว่า “ได้รับวัคซีนแล้ว” อาจจะใช้ชีวิตในยุคโควิดนี้ได้ง่ายขึ้น (ทำมาหากินได้ เดินทางข้ามเมืองได้) ไม่ต้องอุดอู้อยู่ภายใต้ “มาตรการป้องกัน” นานับประการ

 

ที่ผู้เขียนเห็นๆ เลย ตอนนี้อาชีพบริการ พวกคนขับรถรับจ้าง คนทำความสะอาด การได้ชื่อว่าได้วัคซีนแล้วอาจเป็นเรื่องสำคัญสำหรับชีวิตเขา (เพื่อจะได้ทำงานได้) ยังไม่นับอาชีพอื่นที่ต้องเจอคนเยอะๆ เช่นครู (ที่โดนบังคับกลายๆ ให้ต้องฉีด)

แต่แน่นอน มีคนอีกไม่น้อยที่ไม่อยากฉีดวัคซีนเพราะไม่เชื่อมั่นในวัคซีน (รวมผู้เขียนด้วยคนหนึ่งละ) และยิ่งที่ผ่านมานี้ในเมืองไทย “วัคซีนไม่พอต้องรอวัคซีน” ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจนรู้สึกว่า ถ้าจะมาบังคับกันแบบว่า ไม่มีวัคซีนพาสปอร์ตห้ามเข้าห้างนะ ห้ามนั่งเครื่องบินนะ ฯลฯ ก็อาจมีเคืองกันได้ว่า ฉันอยากฉีดไม่เห็นมีมาให้ฉันฉีดเลยแล้วจะมาบังคับอะไรกัน?

แต่ทุกคนก็คงรู้สึกเหมือนกันว่า คงเบื่อกับชีวิต new normal ห้ามโน่นห้ามนี่กันเต็มทีแล้ว ถึงไม่ห้ามด้วยความกลัวโควิดก็ไม่กล้าขยับไปทำอะไรสักอย่าง ไม่กล้านั่งกินข้าวนอกบ้าน ไม่กล้าเดินห้าง ไม่กล้าไปยิม ไม่กล้า บลาๆๆๆ

แล้วท่านผู้อ่านคิดอย่างไรครับ?   สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

 

 

10 อันดับเทรนด์ตั้งชื่อ ‘ลูกชาย-ลูกสาว’ ในญี่ปุ่นประจำปี 2021

10 อันดับเทรนด์ตั้งชื่อลูกชาย-ลูกสาวในญี่ปุ่น

10 อันดับเทรนด์ตั้งชื่อลูกชาย-ลูกสาวในญี่ปุ่น

10 อันดับเทรนด์ตั้งชื่อลูกชาย-ลูกสาวในญี่ปุ่น

เมื่อวันที่ 27 ต.ค. บริษัท Recruit Staffing ผู้ดูแลแอปพลิเคชันตั้งชื่อลูกในญี่ปุ่น ประกาศผลสำรวจ ’30 อันดับ เทรนด์การตั้งชื่อลูกชาย-ลูกสาว ประจำปี 2021′ โดยประเมินจากชื่อที่ถูกค้นหามากที่สุดผ่านบนเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 2020 – 30 ก.ย. 2021

โดยเราจะขอนำเสนอ 10 อันดับเทรนด์ตั้งชื่อ ‘ลูกชาย’ ยอดฮิตในญี่ปุ่น ประจำปี 2021 ดังนี้

อันดับที่ 10 朔 (さく) อ่านว่า ซาคุ
อันดับที่ 9 湊斗 (みなと) อ่านว่า มินาโตะ
อันดับที่ 8 蓮 (れん) อ่านว่า เร็น
อันดับที่ 7 伊槻 (いつき)อ่านว่า อิสึกิ
อันดับที่ 6 大翔 (ひろと)อ่านว่า ฮิโรโตะ
อันดับที่ 5 伊蕗 (いぶき)อ่านว่า อิบุกิ
อันดับที่ 4 絃 (げん) อ่านว่า เก็น
อันดับที่ 3 碧 (あお) อ่านว่า อาโอะ
อันดับที่ 2 颯 (はやて) อ่านว่า ฮายาเตะ
อันดับที่ 1 陽翔 (はると) อ่านว่า ฮารุโตะ

เทรนด์การตั้งชื่อ ‘ลูกชาย’ อันดับที่ 1 ประจำปี 2021 ได้แก่ชื่อ ‘陽翔’ (ฮารุโตะ) ซึ่งเป็นชื่อในอันดับที่ 22 จากการจัดอันดับเมื่อปีที่แล้ว ส่วนชื่อ ‘颯’ (ฮายาเตะ) ก็ยังคงครองอันดับที่ 2 เช่นเดียวกับเมื่อปีที่แล้ว ในขณะที่ชื่อ ‘碧’ (อาโอะ) ตกมาจากอันดับที่ 1 ของปีที่แล้ว และชื่อ ‘蒼’ (อาโอะ) ที่ออกเสียงแบบเดียวกัน ก็ตกจากอันดับ 8 ของเมื่อปีที่แล้ว ไปเป็นอันดับ 11 ในปีนี้แทน

อย่างไรก็ตาม ในการจัดอับดับเทรนด์การตั้งชื่อลูกชายของปีนี้ มี ‘รายชื่อใหม่’ เพิ่มขึ้นมาถึง 8 ชื่อภายใน 30 อันดับ หรือคิดเป็น 53% อีกทั้ง ชื่อที่ลงท้านด้วยเสียง と (โตะ) เช่น ‘陽翔’ (ฮารุโตะ), 大翔 (ฮิโรโตะ), 湊斗 (มินาโตะ) ฯลฯ ยังได้รับความนิยมอย่างมากในปีนี้ด้วย

10 อันดับเทรนด์ตั้งชื่อ ‘ลูกสาว’ ยอดฮิตในญี่ปุ่น ประจำปี 2021 ได้แก่

อันดับที่ 10 陽菜 (はるな) อ่านว่า ฮารุนะ
อันดับที่ 9 楓 (かえで) อ่านว่า คาเอเดะ
อันดับที่ 8 葵 (あおい) อ่านว่า อาโออิ
อันดับที่ 7 莉来 (れいら) อ่านว่า เรย์ระ
อันดับที่ 6 心陽 (こはる) อ่านว่า โคฮารุ
อันดับที่ 5 澪 (みお) อ่านว่า มิโอะ
อันดับที่ 4 依茉 (えま) อ่านว่า เอะมะ
อันดับที่ 3 心桜 (こころ) อ่านว่า โคโคโระ
อันดับที่ 2 凛 (りん) อ่านว่า ริน
อันดับที่ 1 紬 (つむぎ) อ่านว่า ซึมุกิ

มากันต่อที่เทรนด์การตั้งชื่อ ‘ลูกสาว’ ประจำปี 2021 บ้าง! โดยอันดับ 1 紬 (ซึมุกิ) และอันดับ 2 凛 (ริน) ยังคงเป็นเทรนด์ตั้งชื่อลูกยอดฮิตในญี่ปุ่นที่ครองตำแหน่งเดิมมาจากปีที่แล้ว ส่วนชื่อ 心桜 (โคโคโระ) ที่เคยติดอันดับ 1 มาถึง 2 ครั้งเมื่อในอดีต ก็ไต่ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 3 ได้ในปีนี้

และจะเห็นได้ว่า คนญี่ปุ่นมีแนวโน้มในการตั้งชื่อลูกสาวโดยใช้อักษรคันจิที่มีความหมายเกี่ยวกับ’พืช’ หรือ ‘ธรรมชาติ’ มาตั้งแต่อดีต โดยรายชื่อที่ติดอันดับในปีนี้อย่างชื่อ 莉来 (เรย์ระ) ในอันดับที่ 7 หรือชื่อ 光莉 (ฮิคาริ) ในอันดับที่ 14 ต่างก็มีอักษร 莉 (อ่านว่า ริ, เรย์) อยู่ในชื่อด้วย ซึ่งเป็นอักษรที่นำมาจากคำว่า ‘茉莉花’ (อ่านว่า มะริกะ, มิสึริกะ) หมายถึง ดอกมะลิ นั่นเอง สล็อตเว็บตรง

 

10 อันดับเทรนด์ตั้งชื่อลูกชาย-ลูกสาวในญี่ปุ่น

อ้างอิงข้อมูลจาก

website: http://www.xn--12c3bbp2co4acc5a8j7dwd.com/

เงินโบนัสฤดูหนาว เอาไปใช้ทำอะไรดี?

เงินโบนัสฤดูหนาว เอาไปใช้ทำอะไรดีน้อ

เงินโบนัสฤดูหนาว เอาไปใช้ทำอะไรดีน้อ

เงินโบนัสฤดูหนาว เอาไปใช้ทำอะไรดีน้อ

สวัสดีครับ เดือนธันวาคมแล้ว มนุษย์เงินเดือนต่างเฝ้ารอ “โบนัส” กันอยู่ใช่ไหมครับ วันนี้มีผลการสำรวจเกี่ยวกับโบนัสของคนญี่ปุ่นมาให้อ่านกันครับ

หนึ่งในธรรมเนียมของบริษัทญี่ปุ่นอย่างหนึ่ง คือมีการจ่าย “โบนัส” ให้แก่พนักงาน บริษัทหลายแห่งจ่ายโบนัสปีละ 2 ครั้ง คือช่วงมิถุนายน เรียกว่า “โบนัสฤดูร้อน” และช่วงธันวาคม เรียกว่า “โบนัสฤดูหนาว” แต่ก็มีไม่น้อยที่จ่ายปลายปีทีเดียว ทั้งนี้จำนวนเงินโบนัสขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัท หากธุรกิจเป็นไปได้ด้วยดีก็จะมีโบนัสขั้นต่ำอยู่ที่ครั้งละ 1 เดือน และส่วนใหญ่จะทราบล่วงหน้า ไม่ต้องรอลุ้นวันเงินเดือนออก

การสำรวจนี้จัดทำโดยบริษัท Laibo ที่เป็นบริษัทให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการจ้างงาน โดยเก็บข้อมูลตั้งแต่วันที่ 26-30 พฤศจิกายน 2021 โดยใช้แบบสอบถามทางอินเตอร์เน็ต กลุ่มตัวอย่างคือผู้ตอบแบบสอบถามชายและหญิงอายุ 20-69 ปี จำนวน 487 คนจากทั่วประเทศที่ทำงานตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปในองค์กรที่มีพนักงานตั้งแต่ 20-1,000 คน โดยสอบถามเกี่ยวกับการรับเงินโบนัสฤดูหนาวและแนวทางการใช้จ่ายโบนัสก้อนนี้
ปีนี้ได้โบนัสไหม?

จากจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทั้ง 487 คน มีคนจำนวน 72.1% ตอบว่า “จะได้รับเงินโบนัสฤดูหนาว” โดยมีสัดส่วนลดลงเล็กน้อยเมื่อทียบกับผลการสำรวจเมื่อปีที่แล้วที่ 73.5%

ได้โบนัสเท่าไร?

ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 41.3% ตอบว่า “ได้รับเงินโบนัสเพิ่มขึ้น” อีก 40.5% ตอบว่า “ได้รับเงินโบนัสเท่าเดิม” และอีก 18.2%  “ได้รับเงินโบนัสลดลง”

โดยในปี 2021 นี้ จำนวนเงินโบนัสเฉลี่ยอยู่ที่ 756,700 เยน ค่ามัธยฐาน อยู่ที่ 600,000 เยน เทียบกับปี 2020 จำนวนเงินโบนัสเฉลี่ยอยู่ที่ 724,500 เยน ค่ามัธยฐานอยู่ที่ 550,000 เยน แสดงให้เห็นว่าคนญี่ปุ่นได้รับโบนัสเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอีก 30,000 เยน

เอาเงินโบนัสไปใช้ทำอะไรดี?

มาถึงคำถามว่า คนญี่ปุ่นจะใช้เงินโบนัสฤดูหนาวก้อนนี้อย่างไรบ้าง ผลการสำรวจชี้ว่า ผู้ตอบแบบสอบถาม 66.1% จะขอ ”เก็บออมเงิน” ตามด้วย “ลงทุนในกองทรัสต์” ที่ 19.7% “เดินทางท่องเที่ยว” ที่ 19.4% และ “ชำระหนี้เงินกู้ยืม” ที่ 16%

โควิดกับเงินโบนัสฤดูหนาว

ผลกระทบจากภาวะโควิดมีผลต่อจำนวนเงินโบนัสฤดูหนาวอยู่ไม่น้อย ผู้ตอบแบบสอบถาม 48.9% ตอบว่า “ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ” แต่อีกครึ่งหนึ่งตอบว่าได้รับผลกระทบ โดย 20.3% ระบุว่า “ได้รับผลกระทบอย่างมาก” และอีก 30.8% ตอบว่าได้รับผลกระทบเล็กน้อย

พอสอบถามถึงความพึงพอใจกับการได้รับโบนัสฤดูหนาว ผู้ตอบจำนวน 32.4% ตอบว่า “พึงพอใจ” รองมา 33.1% ตอบว่า “ค่อนข้างพึงพอใจ” อีก 20.1% ตอบว่า “ไม่ค่อยน่าพอใจ” และ 14.4% ที่เหลือตอบว่า “ไม่น่าพอใจ” นอกจากนี้ยังมีผู้แสดงความคิดเห็นว่า สนใจเรื่องความมั่นคงของรายได้ประจำเดือนมากกว่า เลยไม่ค่อยสนใจเรื่องโบนัสสักเท่าไรด้วย  สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

 

พนักงานสัญญาจ้างกับโบนัส?

พนักงานสัญญาจ้างมักจะได้รับการปฏิบัติแตกต่างจากพนักงานประจำ ทั้งสิทธิ สวัสดิการ การขึ้นเงินเดือน รวมทั้งการรับเงินโบนัส จึงมีความคิดเห็นที่แสดงความรู้สึกน้อยใจ เช่น

  • เห็นความแตกต่างเรื่องการจ่ายโบนัส แต่เป็นพนักงานสัญญาจ้างก็เลยทำอะไรไม่ได้
  • เป็นพนักงานสัญญาจ้างเลยไม่มีการขึ้นเงินเดือนหรือได้โบนัส อยากให้มีการปรับปรุงเรื่องนี้บ้าง

จากผลแบบสอบถามจึงสรุปได้ว่า มนุษย์เงินเดือนชาวญี่ปุ่นยังได้รับเงินโบนัส และยังได้รับจำนวนเงินเพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่กำลังฟื้นตัวจากผลกระทบจากภาวะโควิดในช่วงครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ตาม ด้วยความไม่แน่นอนของสถานการณ์ต่างๆ ทำให้แนวโน้มการใช้เงินเปลี่ยนแปลงไป โดยพวกเขาเลือกที่จะ “เก็บ” เงินก้อนไว้สำรองในกรณีฉุกเฉินมากกว่านำไปใช้จ่ายหรือลงทุน

แล้วท่านผู้อ่านละครับ ถ้าได้โบนัสจะเอาไปทำอย่างไรครับ? ยุคนี้ยังไงก็ขอให้ท่านผู้อ่านวางแผนการใช้เงินกันให้ดีๆ นะครับ สวัสดีครับ

อ้างอิงข้อมูลจาก

website: http://www.xn--12c3bbp2co4acc5a8j7dwd.com/

ประหยัดเงินค่าธรรมเนียมแลกเหรียญด้วยบริการหาคู่!!

ประหยัดเงินค่าธรรมเนียม

ประหยัดเงินค่าธรรมเนียม

สวัสดีครับ อย่างที่รู้กันว่า ญี่ปุ่นมีเหรียญหลายมูลค่าให้ใช้ ทั้งเหรียญ 1 เยน, 5 เยน, 10 เยน, 100 เยน และ 500 เยน แล้วยังเป็นสังคมที่นิยมใช้เงินสดมากกว่าเงินอิเล็กทรอนิกส์ก็เลยมีเหรียญหมุนเวียนอยู่ในระบบจำนวนมาก (ใครเคยไปจะรู้ว่าได้เงินทอน เหรียญงี้เต็มกระเป๋า)

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า ธนาคารไปรษณีย์ (Japan Post Bank หรือ ゆうちょ銀行) เริ่มคิดเงินค่าธรรมเนียมการแลกเหรียญเหมือนธนาคารพาณิชย์อื่นๆ  ตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม 2022 เพื่อลดภาระพนักงานและส่งเสริมให้ลดการใช้เงินสด โดยคิดค่าธรรมเนียมการแลกเหรียญแบบ “นับตามจำนวนเหรียญ” โดยไม่เกี่ยวกับมูลค่าเหรียญ

  • 1-50 เหรียญ ไม่เสียค่าธรรมเนียมการแลก
  • 51-100 เหรียญ คิดค่าธรรมเนียมการแลก 550 เยน
  • 101-500 เหรียญ คิดค่าธรรมเนียมการแลก 825 เยน
  • 501-1000 เหรียญ คิดค่าธรรมเนียมการแลก 1,100 เยน
  • มากกว่านี้ คิดค่าธรรมเนียมการแลกเพิ่ม 550 เยน ทุก ๆ 500 เหรียญ
ดูเอาเถอะครับ ถ้ามีแต่เหรียญมูลค่าต่ำๆ แต่จำนวนเยอะๆ เอาไปแลกก็ซวยครับ โดนค่าแลกแพงกว่ามูลค่าเหรียญอีก ส่วนของไทยก็คิดค่านับเหรียญเหมือนกัน แต่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดเงิน เช่น แลกเหรียญยอดเงิน 1,000 บาท คิดค่านับ 1-2% ซึ่งก็ยังถือว่าพอรับได้อยู่

ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายนี้เต็มๆ ก็อย่างศาลเจ้า ร้านค้าร้านอาหารที่ใช้เครื่องหยอดเหรียญที่มีเหรียญเป็นจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีร้านค้าจำนวนไม่น้อยที่ต้องการแลกธนบัตรเป็นเหรียญเพื่อใช้ทอนลูกค้า แต่จะแลกเหรียญเป็นธนบัตรหรือแลกธนาบัตรกับธนาคารก็เสียค่าธรรมเนียมแพงทั้งคู่ ก็เลยมีคนคิดตัวช่วยให้ทั้งสองฝ่ายได้พบกันครับ

เปิดตัวเว็บหาคู่ (แลกเหรียญ)

ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ที่ใช้ชื่อว่า Caledonia Engineer (@Caledonia_Eng) ที่ทำงานเป็นวิศวกรระบบได้เปิดเว็บไซต์  “เว็บหาคู่เหรียญ (เวอร์ชั่นทดลอง)” บน Sharepoint ของ Microsoft เพื่อเป็น “พ่อสื่อ” พาคนที่ต้องการเหรียญกับคนที่ต้องการธนบัตรให้มาเจอกัน โดยมีบอร์ดให้โพสต์ข้อความขอแลกเหรียญ โดยระบุจุดประสงค์ในการขอแลก, พื้นที่ตั้งร้าน, ชื่อร้านค้า, จำนวนเหรียญที่ต้องการ และเมื่ออีกฝ่ายสนใจก็ตอบคอมเมนต์เพื่อติดต่อกลับไป

แหล่งข่าวได้ไปสัมภาษณ์ผู้จัดทำ เขาระบุว่าบริการของเขาไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ยังไม่มีผู้ใช้งานเลยซักคน (โถ…) ณ เวลานี้ผู้ที่ต้องการใช้งานต้องส่งข้อความถึงเจ้าของเว็บทางทวิตเตอร์เพื่อขอใช้งาน แต่มีโครงการจะให้ลงทะเบียนด้วยตัวเองในอนาคต

เขาบอกว่า เขาทำเว็บนี้ขึ้นเพราะเห็นข่าวแล้วรู้สึกเสียดายเงินค่าธรรมเนียมและคิดว่ายุ่งยากในการแลก นอกจากช่วยผู้ที่ต้องการแล้วยังเป็นเรียนรู้การทำงานของโปรแกรมไมโครซอฟท์ด้วย และเห็นว่าอาจมีโอกาสเติบโตขึ้นเป็นเว็บไซต์เฉพาะเพื่อทำการแลกเปลี่ยนระหว่างบุคคลด้วยกัน ระหว่างบุคคลกับองค์กรหรือธุรกิจ และระหว่างองค์กรหรือธุรกิจด้วยกัน นอกจากนี้เขายังหวังว่า เว็บหาคู่แลกเหรียญได้รับความร่วมมือจากศาลเจ้าและผู้จัดงานเทศกาล เพื่อช่วยรักษาธรรมเนียมประเพณีการอธิษฐานและบริจาคเงินเหรียญในวัดศาลเจ้าไม่ให้สูญหายไป

แลกเหรียญผ่านพนักงานส่งอาหาร

ไม่ใช่แค่เว็บข้างต้นเท่านั้น ยังมีความพยายามที่จะจับคู่ความต้องการแลกเหรียญ โดยใช้กรุ๊ปแชตของโปรแกรม Discord ที่เป็นแพล็ตฟอร์มสื่อสาร ผู้ใช้งานชื่อ Kani ที่ทำงานเป็นพนักงานส่งอาหารในโอซาก้าได้เปิดกลุ่มแชตสาธารณะในชื่อ “กลุ่มแลกเงินโอซาก้า (ชื่อชั่วคราว)” เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

 

ไอเดียของเขาได้มาจากการพูดคุยระหว่างพนักงานส่งอาหารด้วยกันบน Discord แนวคิดคือ พนักงานส่งอาหารเอาเงินเหรียญที่ได้จากลูกค้าไปแลกกับร้านอาหารที่ต้องการแลก ร้านเพียงเขียนชื่อร้านและที่อยู่ แล้วระบุจำนวนที่ต้องการแลก เช่น “ขอแลกเหรียญ 100 เยน” แล้วพนักงานส่งของที่สะดวกไปที่ร้านได้ก็จะตอบกลับด้วยจำนวนเหรียญที่มีให้แลกได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ มีพนักงานส่งของ 31 คนและร้านค้า 2 ร้านที่เข้าร่วมบนกลุ่มบน Discord ร้านที่ยังไม่ได้ตัดสินใจเข้าร่วมอาจส่งข้อมูลบนทวิตเตอร์ก็ได้เช่นกัน

ค่าธรรมเนียมการแลกเหรียญแพงอย่างนี้ก็ต้องหาทางออกกันไปนะครับ แนวโน้มการใช้งานเป็นยังไงก็ยังไม่รู้เพราะเพิ่งมีการเปิดใช้ไม่นานนี่เอง ต้องรอดูกันต่อไปครับ  สล็อตเว็บตรง

อ้างอิงข้อมูลจาก

website: http://www.xn--12c3bbp2co4acc5a8j7dwd.com/

เมนูโปรดท่านผู้นำ ฉบับ (อดีต) นายกฯ ญี่ปุ่น

เมนูโปรดท่านผู้นำ ฉบับ (อดีต) นายกฯ ญี่ปุ่น

เมนูโปรดท่านผู้นำ ฉบับ (อดีต) นายกฯ ญี่ปุ่น

เมนูโปรดท่านผู้นำ ฉบับ (อดีต) นายกฯ ญี่ปุ่น

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน พอดีผู้เขียนได้นั่งอ่านเล่นๆ เรื่องบทความเกี่ยวกับอาหารโปรดของท่านผู้นำทั้งหลายในโลกปัจจุบัน เช่นอดีต ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ชอบกินแมคโดนัลด์ (ขนาดมีภาพกำลังนั่งจกเฟรนซ์ฟรายอยู่) ชอบกินสเต็กสุกๆ ราดซอสมะเขือเทศ หรือท่าน ปธน.มาครง ชอบกินไก่กอดองเบลอ นั่นแน่ ใครๆ ก็ต้องชอบกินอาหารประจำชาติใช่ไหมครับ? เลยสงสัยว่าแล้วนายกฯ ญี่ปุ่นชอบกินอะไร พอดีของนายกฯ คนปัจจุบันยังหาข้อมูลไม่เจอครับ เลยขอย้อนไปหาเรื่องของอดีตนายกฯ คนก่อนหน้าคือนายกฯ สุงะ ว่าชอบกินอะไร ปรากฏว่า… 

 สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

…ท่านชอบ (?) กินอาหารเส้นๆ ครับ!

สาเหตุเพราะว่า “มันกินหมดเร็วดี” (จะได้ไปทำงานทำการต่อ แหม สมเป็นคนญี่ปุ่นจริงๆ)
อาหารเส้นในที่นี้คืออาหารเส้นของญี่ปุ่น โซบะ อุด้ง ราเม็ง นะครับ

ว่ากันว่าท่านอดีตนายกฯ สุงะเคยกินมื้อกลางวัน (พวกโซบะหรืออุด้ง) เร็วที่สุดคือ 7 นาที!

เวลาทำงานท่านกินมื้อกลางวันก็คือสั่งเอาจากโรงอาหารของที่ทำการสำนักนายกฯ (ที่พวกนักข่าวหรือหน่วยรักษาความปลอดภัยกินนั่นแหละ) แล้วเอาไปเสิร์ฟท่านที่ห้องทำงานที่ชั้นห้าตึกสำนักนายกฯ เมนูที่ท่านเคยสั่งก็อย่างเช่น คาเคะโซบะ โมริโซบะ นี่แหละ (สองเมนูนี้ราคาเท่ากันคือชามละ 430 เยน) กินแต่เส้นไม่เบื่อหรือไง? ว่ากันว่าเลขาฯ นายกก็เบื่อแหละครับแต่นายกินอะไรก็ต้องกินอย่างนั้นตาม วันไหนท่านฯ มีแขกมาเยือน ไม่ได้กินมื้อกลางวันที่ห้องทำงาน เลขาฯ ดีใจ วันนี้ได้กินข้าวแล้ว (เสียที) 

สล็อตเว็บตรง

แต่ท่านฯ ไม่กินสปาเก็ตตี้นะ! ได้ยินว่าเคยมีคนยกไปแล้วท่านฯ บอกไม่เอาไม่กิน เลยทีเดียว

สล็อตเว็บตรง

นอกจากนี้ยังเคยมีคนกล่าวว่าท่านฯ ชอบกินของหวานอย่างแพนเค้กด้วย? แต่หลังๆ มาท่านฯ ได้กล่าวทำนองว่าตอนนี้กำลังไดเอท เลยจะไม่กินอะไรก่อนนอน เสียอย่างนั้น แถมว่ากันว่าตอนเช้านั่งกินข้าวกับเลขาฯ และหมู่ข้าราชการพลเรือนนี่ “กินแค่น้ำผักกับสลัด” อะไรจะไดเอทปานนั้น (อย่างกับสาวออฟฟิศก็ไม่ปาน) แถมยังบริหารกล้ามท้องวันละร้อยทีด้วยเอ้า! ไม่แตะแอกอฮอล์ แถมว่า “กินนาราซึเกะชิ้นเดียวก็เมาแล้ว”???

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าคนญี่ปุ่นยังไงก็เป็นคนญี่ปุ่นวันยังค่ำ คือเคร่งครัดกับชีวิตการทำงาน ทำทุกอย่างเพื่อสงวนเวลาไว้ทำงาน สงวนร่างกายไว้ทำงานจริงๆ นะครับ เทียบกับบรรดาผู้นำโลกโดยเฉพาะผู้นำสหรัฐฯ หลายท่านที่ดูแล้วอารมณ์กินตามใจปากเอามากๆ แต่ตัวผู้เขียนว่าเมนูเส้นสำหรับคนญี่ปุ่นคงเป็น “อาหารจานด่วน” จริงๆ เพราะอย่างนี้บะหมี่ถ้วยถึงได้กลายเป็นนวัตกรรมที่มีอิทธิพลทั้งในญี่ปุ่นและภูมิภาคเอเชียยังไงล่ะครับ

สุดท้ายนี้ผู้เขียนอยากบอกว่า  สล็อตเว็บตรง

สมัยผู้เขียนเรียน ม. 3 เคยให้เพื่อนจับเวลา กินก๋วยเตี๋ยวแห้งโรงอาหาร หมดชามภายใน 1 นาที มาแล้วนะครับ

คราวนี้เชื่อหรือยังครับว่าเมนูเส้นเป็น “อาหารจานด่วน” ของจริง!  สล๊อตเว็บตรงแตกง่าย

อ้างอิงข้อมูลจาก

website: http://www.xn--12c3bbp2co4acc5a8j7dwd.com/